Home > k-drama > Before vs After: A Just-Before-Half-Year Review (2)

Before vs After: A Just-Before-Half-Year Review (2)

มาต่อกันเลยดีกว่ากับภาคสองของการรีวิวซีรีส์ที่ออกอากาศในช่วงเกือบๆ ครึ่งแรกของปีนี้ (รูปด้านบนก็ยังคงไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องราวอีกตามเคย)

Royal Family (MBC)

ก่อนดู: ถ้าไม่ได้เห็นพรีวิวที่ตัดต่อออกมาได้ชวนติดตาม Royal Family คงกลายเป็นซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกข้ามไป ประเด็นหลักเลยคือนักแสดงนำไม่โดนใจ ส่วนเนื้อเรื่องคร่าวๆ ที่ถูกปล่อยออกมาตอนแรกก็ค่อนข้างธรรมดา ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ จนมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่ได้

หลังดู: เปิดตัวมาช่วงแรกได้ดีน่าติดตามมาก เดินเรื่องเร็ว กระชับ เข้มข้น วาดภาพความโหดร้ายภายในเปลือกนอกที่หรูหราของครอบครัวมหาเศรษฐีเกาหลีออกมาได้น่าสนใจ ภาพของ คิมอินซุก (ยอมจองอา) นางเอกของเรื่อง ที่ถูกหัวหน้าครอบครัว คือ กงซุนโฮ (คิมยองเอ) ผู้เป็นแม่สามีและสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวกดขี่ข่มเหง (ทางอารมณ์) อย่างไม่เห็นหัว ถูกแสดงออกมาได้อย่างชัดเจนในตอนแรก ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมอินซุกถึงต้องวางแผนการต่างๆ เพื่อทวงสิทธิความเป็นคนของเธอกลับคืนมาและพิสูจน์ให้คนในเจเคกรุ๊ปเห็นว่าเธอไม่ใช่คนที่ยอมถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว ขณะเดียวกันความเป็นห่วงเป็นใยระหว่างเธอและ ฮันจีฮุน (จีซอง) ก็ปูพื้นให้เรามองเห็นว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์พิเศษที่ลึกซึ้งจนยากที่ใครจะเข้ามาแทรกระหว่างกลาง ครึ่งเรื่องแรกความสนุกอยู่ตรงการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างอินซุกและสมาชิกในครอบครัวสามีเธอ ดูแล้วชวนให้คิดถึงการต่อกรระหว่างมิชิลและด๊อกมันแห่ง Queen Seondeok ไม่น้อยเลย

แต่แล้วเมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ จากละครของผู้หญิงที่ถูกเหยียบย่ำมาตลอดต้องการก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ เบื้องหลังปริศนาของอินซุกกลับค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ จริงๆ แล้วอินซุกเป็นใคร เธอเป็นผู้ถูกกระทำอย่างที่โดนวาดภาพไว้ตั้งแต่ตอนแรกหรือไม่ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีคดีฆาตกรรมปริศนาตุ๊กตาหมีเข้ามาพัวพัน สร้างความน่าสงสัยให้กับตัวตนที่แท้จริงของอินซุกมากขึ้นไปอีก ครึ่งเรื่องหลังเราจึงได้เห็นภาพของอินซุกที่กลับตาลปัตรจากครึ่งเรื่องแรกโดยสิ้นเชิง ถ้าครึ่งเรื่องแรกเป็นการก้าวขึ้นบันไดของอินซุกไปจนถึงจุดสูงสุด ครึ่งเรื่องหลังก็เป็นอินซุกที่กำลังถูกอดีตที่ลึกลับของเธอ รวมถึงประธานกงแห่งเจเคกรุ๊ป พยายามฉุดถึงเธอให้ตกลงมาอีกครั้ง

Royal Family เป็นละครที่พล็อตเรื่องแปลก มีเอกลักษณ์แตกต่างจากละครที่เราเคยๆ ดูกันมา เป็นละครที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะลงเอยด้วยความเป็นละครยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งได้ หากแต่ RF ล้มเหลวตรงที่ไม่สามารถดึงฝนให้เข้าไปมีอารมณ์ร่วมกับตัวละครแต่ละตัวได้ โดยเฉพาะตัวละครหลักอย่างอินซุกและจีฮุน เวลาที่จีซองและยอมจองอาเข้าฉากด้วยกัน แทนที่ฝนจะรู้สึกอบอุ่นไปกับความรักที่ควรจะเป็นสายสัมพันธ์อันพิเศษของทั้งคู่ ฝนกลับรู้สึกว่างเปล่า ฉากที่ยอมจองอาพยายามทำสายตาแอบๆ ร้าย ใจมันก็ชวนให้คิดไปถึงโกฮยอนจองในบทมิชิล ซึ่งโกฮยอนจองแสดงได้เหนือชั้นกว่ามาก ชาเยรยอนในบทโจฮยอนจินทำได้ดีในฉากระเบิดอารมณ์ แต่ฉากนิ่งๆ เธอก็กลับไปเป็นโค้ชว่ายน้ำผู้น่าเบื่อใน Dr. Champ คนเก่า กลับกลายเป็นนักแสดงสมบทอย่าง จอนมีซอน ในบทสะใภ้ใหญ่ และจอนโนมิน ในบทพ่อบ้านของเจเคกรุ๊ป เสียอีกที่สะกดฝนเอาไว้ด้วยการแสดงของพวกเขา

ณ เวลาที่เขียนรีวิวนี้ ดู RF ไปแล้ว 12 ตอน ปริศนาของอินซุกและคดีฆาตกรรมยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ถามว่าจะดูต่อมั้ย ก็คงคิดเหมือนกุ้งว่าคงดูเพราะอยากรู้ ไม่ใช่ดูเพราะประทับใจ

49 Days (SBS)

ก่อนดู: ความสนใจที่มีต่อ 49 Days ค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ รู้สึกว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจและค่อนข้างแหวกแนวจากซีรีส์รักโรแมนติกทั่วไป แถมนักแสดงนำทั้ง 5 คนก็นับว่ามีความสามารถและเสน่ห์เวลาอยู่บนหน้าจอพอตัว (ตอนนั้นไม่รู้จักนัมคยูรี อิอิ) แต่เมื่อซีรีส์เริ่มออกอากาศ กลับไม่รู้สึกกระตือรือร้นอยากดูเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะเห็นหลายคนตื่นเต้นและคาดหวังกันไปต่างๆ นานา เราเลยรู้สึกไม่อยากตั้งความหวังตามกระแสมากเกินไปก็ได้

 หลังดู: 49 Days เป็นซีรีส์ที่ดูเพลิน ดูแบบไม่คิดมาก ถึงเรื่องราวบางช่วงบางตอนจะไม่สมเหตุสมผล หรือถึงจะไม่เข้าใจแผนการของมินโฮ (แบซูบิน) และอินจอง (ซอจีฮเย) ก็ไม่คิดมาก เพราะเพลินไปกับปฏิบัติการค้นหาน้ำตาของจีฮยอน (นัมคยูรี) จุดหนึ่งที่ 49 Days คล้ายคลึงกับ Dream High และทำให้ฝนรู้สึกอยากติดตามดูไปเรื่อยๆ ก็คือพัฒนาการการเติบโตของตัวละคร จีฮยอนเริ่มต้นจากคนที่ซื่อเกินเหตุจนน่ารำคาญ แต่ภารกิจ 49 วันทำให้เธอเติบโตขึ้น มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และยอมรับจุดจบของตัวเองได้อย่างสง่างาม ขณะที่ตัวละครตัวอื่นๆ ก็ได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตผ่านจีฮยอนเช่นเดียวกัน ในความเป็นละครแนวแฟนตาซี 49 Days ให้อะไรกับเรามากกว่าที่คิดมากทีเดียว

ในส่วนของการแสดง ลีโยวอนแสดงให้เราเห็นอีกครั้งว่าทำไมเธอถึงได้รับเลือกให้แสดงบทเด่นๆ ตลอดมา การแสดงของลีโยวอนไม่หวือหวา แต่ถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมาได้ดี จีฮยอนในร่างอีคยองจึงดูมีมิติมากกว่าจีฮยอนที่แสดงโดยนัมคยูรี นอกจากนี้โยวอนยังส่งรับอารมณ์ได้ดีกับนักแสดงร่วมทุกคน ทั้งโจฮยอนแจ จองอิลอู และแบซูบิน จนหลายๆ คนอยากให้อีคยองลงเอยกับฮันคังเสียด้วยซ้ำ

(อาจจะเขียนสั้นไปนิด เพราะปล่อยไปหมดก๊อกตั้งแต่สองโพสต์แรกที่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว)

Can You Hear My Heart? : เสียงของหัวใจ (MBC) โดย กุ้งแห้ง

ก่อนดู: คอละครเกาหลีส่วนใหญ่คงไม่ปฏิเสธว่านักแสดงนำคือแรงจูงใจอันดับต้นๆ ในการจะเลือกดูละครสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งกุ้งเองก็เป็นหนึ่งในคนส่วนใหญ่นั่น เพียงแต่ว่าครั้งนี้นักแสดงที่ทำให้กุ้งเกิดความสนใจในละครเรื่องนี้ไม่ใช่พระเอก นางเอก หรือพระรองของเรื่อง แต่เป็นลุงจองโบซอก ตัวร้ายขั้นเทพจาก Giant ละครเรื่องเยี่ยมของปีที่แล้ว ในเรื่องนี้ลุงจองโบซอกจะรับบทเป็นหนุ่มใหญ่หัวใจเด็ก เพราะเขาจะมีอายุสมองประมาณเด็กหกขวบ แต่ต้องมาเป็นพ่อให้กับเด็กชาย-หญิงสองคน ซึ่งทั้งสามคนนี้ไม่มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดเลย และเด็กชายก็อับอายเหลือเกินกับการที่มีพ่อเป็นคนไอคิวต่ำ ส่วนเด็กหญิงแค่ได้มีพ่อก็มีความสุขมากแล้ว กลิ่นอายของเรื่องบ่งบอกถึงความเศร้าซึ้งตรึงใจมาแต่ไกล ฉะนั้นก่อนเปิดดูจึงเตรียมทิชชู่กล่องใหญ่เอาไว้ใกล้ๆ ตัว เตรียมพร้อมจะร้องไห้มาราธอนไปกับลุงจองโบซอก

หลังดู: ปรากฏว่าทิชชู่กล่องนี้ยังไม่ได้ใช้ทั้งที่อยากใช้จะแย่ ความจริงแล้วหกตอนแรก (เพิ่งดูได้แค่นี้) มีเหตุการณ์ที่เข้าขั้นรันทดโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นกับลุงและตัวละครแวดล้อม นักแสดงทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ร้องไห้กันระงม เศร้าอย่างเดียวแต่ยังไม่ถึงขั้นกินใจ จึงเรียกน้ำตาของคนดูคนนี้ออกมาไม่ได้ ลุงจองโบซอกอาจจะเยี่ยมในบทร้าย แต่บทเอ๋อๆ อย่างนี้ยังเรียกคะแนนสงสารได้ไม่เท่าไหร่ แต่ที่ต้องชมคือดาราเด็กที่มารับบทเป็นพระเอกในวัยเยาว์ เวลาที่ต้องน่ารักก็น่ารักน่าชัง เวลาที่ต้องออกฤทธิ์ก็น่าตบดีแท้ (แล้วก็ถูกตบจริงๆ) ฉากที่น้องอาละวาดใส่แม่แล้วลงท้ายด้วยการกัดตัวเอง และฉากที่ถูกแม่ลากถูลู่ถูกังไปที่หน้าผา ทำให้ทึ่งกับดาราเด็กคนนี้ไม่น้อยเลย ส่วนนางเอกตัวน้อยไม่ต้องพูดถึง น้ำตาสั่งได้ รับส่งอารมณ์กับดารารุ่นใหญ่ได้ลื่นไหล การเปลี่ยนถ่ายตัวละครจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเนียน เพราะหน้าตาของพระเอกทั้งสองวัยช่างเหมือนกันซะเหลือเกิน ถึงแม้ว่าแม่นางเอกจะเป็นคนหูหนวกพูดไม่ได้ และพระเอกจะมาหูหนวกในภายหลัง ละครก็ไม่ได้เต็มไปด้วยคำบรรยายอย่างที่นึกกลัวแต่แรก ความสัมพันธ์ ความรัก-ความชังระหว่างตัวละครเห็นชัดๆ กันไปภายในสี่ตอน ไม่ซับซ้อน จึงถือว่าเดินเรื่องค่อนข้างเร็วสำหรับละครยาวๆ แบบนี้

คงเร็วไปที่จะตัดสินว่าเรื่องนี้ดีหรือไม่ดี โดนใจหรือไม่โดน เพราะหนทางยังอีกไกล แต่จากหกตอนแรกโดยรวมแล้วถือว่าดูเพลินอยู่ หวังเหลือเกินว่าลุงจองโบซอกจะถ่ายทอดความรักของพ่อออกมาได้อย่างสุดซึ้ง จนทำให้ทิชชู่กล่องนี้ได้ทำหน้าที่ของมัน

Best Love (MBC)

ก่อนดู: พูดไปคงไม่มีใครเชื่อว่าคอละครเกาหลีอย่างข้าพเจ้าไม่เคยดูละครพี่น้องฮงซักเรื่องเดียว! คงเป็นเพราะละครของพี่น้องฮงส่วนใหญ่มักจะคาสต์นักแสดงรุ่นเด็กหน่อย หรือไม่ก็ออกแนวกุ๊กกิ๊ก ซึ่งเป็นแนวละครที่ถ้าไม่เจ๋งจริง ดึงดูดความสนใจฝนได้ยาก แล้วเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาถึงสนใจซีรีส์เรื่องนี้นะเหรอ? ก็เพราะมีชื่อของชาซึงวอนและกงฮโยจินเป็นนักแสดงนำนั่นเอง ทั้งคู่เป็นที่ยอมรับในเรื่องฝีมือการแสดง แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่คุ้นเคยกับการแสดงของสองคนนี้เท่าไหร่นัก (ดูชาซึงวอนใน Athena ไปครึ่งเรื่อง ส่วนกงฮโยจินยังไม่เคยดู) ก็เลยยิ่งทำให้อยากดู Best Love เพราะอยากพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าที่เขาร่ำลือกันมานั้นมันจริงหรือไม่

หลังดู: นานๆ ทีจะเจอซีรีส์ที่ตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูงแล้วไม่ผิดหวัง แค่สองตอนแรกก็เข้าใจแล้วว่าทำไมนักแสดงนำทั้งคู่ได้รับคำชมมากมาย ผ่านมา 7 ตอน ก็ยิ่งเห็นเคมีที่เข้ากันของทั้งคู่ ความเป็นธรรมชาติของกงฮโยจิน และเรนจ์การแสดงของชาซึงวอนมากขึ้นเรื่อยๆ นักแสดงหลักอีกสองคน คือยุนคเยซังและยูอินนา ก็ทำได้ดีไม่ด้อยไปกว่านักแสดงนำทั้งคู่ เรียกได้ว่าตัวละครที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาได้มีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่แล้ว ก็ถูกถ่ายทอดออกมาโดยนักแสดงทั้งสี่คนได้ดีไม่แพ้กัน

BL อาจจะไม่มีพล็อตเรื่องที่ชัดเจนเหมือนซีรีส์หลายๆ เรื่อง แต่พี่น้องฮงใช้วิธีผูกปมความขัดแย้งขึ้นมาจากพื้นฐานที่แตกต่างของตัวละคร ลำพังความรักระหว่างนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์กับนักร้องตกกระป๋อง ก็เกิดขึ้นได้ยากเต็มทีแล้ว ยังจะต้องมาเจอกับนิสัยแปลกๆ ของนักแสดงดังที่ชื่อ ทกโกจิน (ชาซึงวอน) เข้าไปอีก 16 ตอนของ BL จึงไม่น่าจะมากเกินไปสำหรับการสะสางปมต่างๆ เหล่านี้ ขณะเดียวกันมุขตลก รวมถึงการหยิบยกสิ่งของหรือวัฒนธรรมร่วมสมัยมาเปรียบเปรยและล้อเลียน ก็ช่วยให้การเดินทางร่วมกับคูเอจอง (กงฮโยจิน) และทกโกจิน เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

เรื่องที่จะรีวิวหมดสต็อกเพียงเท่านี้ ขออภัยที่ผิดคำพูดว่าจะพูดถึงเรื่อง My Princess และ Crime Squad ด้วย เหตุผลที่เปลี่ยนใจไม่พูดถึง MP ก็เพราะรู้สึกว่าวิจารณ์ไปหลายทีแล้ว ถ้าเขียนอีกก็จะลงเอยด้วยการวิจารณ์บทของเยจินอีกเหมือนเดิม คงเป็นอะไรที่ไม่ประเทืองใจและปัญญาของคนอ่านเท่าไหร่ ส่วนเรื่อง CS คิดว่ายังดูน้อยไปเกินกว่าจะพูดถึงได้อย่างครบถ้วน ถ้ามีเวลาและโอกาสดูมากกว่านี้ อาจจะย้อนกลับมาอีกครั้ง (แต่เปอร์เซ็นต์น้อยเหลือเกิน) สำหรับซีรีส์โปรแกรมหน้า รอเก็บมาเล่าสู่กันฟังทีเดียวเมื่อข่าวการคาสต์นักแสดงออกมาจนครบก็แล้วกันนะจ๊ะ (กำลังรอลุ้นนางเอกเรื่อง Gye Baek)

  1. ตั๊กกี้
    May 30, 2011 at 10:29 pm

    เอ่อ…ไอ่รูปพุชายที่ไม่เกี่ยวอะไรนั่น ทำไมมันน่ารักอย่างง๊านนนนนนนนนน 555

    จารย์ฝน ดู thank you เหอะ จริงๆนะคะ
    ป้ากงชีแบบ บอกไม่ถูก ธรรมดามากๆค่ะ เล่นแบบเนียนๆ ธรรมดาๆ ไม่ได้ดูว่าชีแอ๊คติ้งเทพไรงินะคะ
    แต่ชีแอ๊คติ้งธรรมชาติมาก คือเค้าดูชี เค้าร้องไห้จนไม่รู้จะร้องยังไง

  2. มิงค์
    May 31, 2011 at 1:42 am

    ^
    ^
    แวะมาเห็นด้วยกะไอ้คนข้างบนค่ะ เหอๆ กงฮโยจิน รูปลักษณ์ภายนอก อย่างน้อยก็มิงค์คนนึงนะที่อุทานโดยพลันว่า “เฮ้ยยย!! หน้างี้เป็นนางเอกเหรอว้า!!” และคิดว่าการที่เธอได้รับบท กูเอจอง ใน BL ก็เนื่องมาจากความสวยที่ไม่มากเท่าไหร่ของเธอนั่นแหละค่ะ(ชิมิ??) ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ที่ความเป็นธรรมชาติของนางจริงๆ ตลกแบบไม่เฟค ไม่น่าหมั่นไส้ ดราม่าก็ทำได้ดี อินตามทุกฟิลลิ่ง เพิ่งดู BL มาแค่ 5 ตอน แต่ก็ยกให้เป็น Rom Com ในดวงใจต่อจากเรื่อง Rude woman (ซึ่งเป็นละครฮาๆในแบบสว.เหมือนกัน ๕๕)

    อ่าน Royal Family แล้วอยากดูขึ้นมาเลยค่ะ น่าเสียดายที่นักแสดงไม่ใช่ระดับท็อป คนดูส่วนใหญ่ในบ้านเราเลยมองข้ามไป ส่วน Listen to my heart อยากจะตามดูเพราะลุงยักษ์กะน้องมีจูนี่แหละ แต่ทรงผมนางเอกใหม่ของเราเนี่ย ฮึ่มๆๆๆ ^^” ทั้งสองคนวาดลวดลายไว้เฉียบสุดๆใน Giant ฮวังจองอึมเธอดราม่าเก่ง ร้องไห้สวย น่าจะเข้าทางกับแนวนี้ ส่วนลุงยักษ์ถอดเขี้ยวเล็บกลายเป็น ชาย ปญอ. น่าสนมากๆ เอาไว้ตลาดวายแล้วค่อยดูค่ะ ๕๕ ตอนนี้ยังออกจากกังนัม ยุค 80 ไม่ได้เลยอะ… อิอิ

    คุณฝนอยากอ่านรีวิว MP ค่ะ มิงค์บรรยายไม่สละสลวยอย่างคุณฝน บอกได้เพียงสั้นๆว่า มันเป็นละครตลกที่ดูไปแล้วอยากจะร้องไห้ (เวอร์ตล๊อดดด!!) นักแสดงดัง แต่ถ้าพลอตไม่โดน ก็เป็นอันจบอะ… เพราะบทละครมันเนิบนาบ เข้าไม่ถึง หรือว่ามีอคติกับนางเอกเกินไป ถึงทำให้เรื่องนี้กร่อยสนิทสำหรับมิงค์ อันนี้ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองได้ไม่เคลียร์นัก หึหึ

  3. Conankung
    May 31, 2011 at 11:28 am

    คุณตั๊กกี้ คุณมิงค์
    ฝนโหลด Thank You มาแล้ว แต่ยังต่อคิวอยู่ค่ะ
    คงได้ดูภายในปีนี้ล่ะ หวังว่านะคะ แหะแหะ
    ค่อยๆ เคลียร์เรื่องที่ดูค้างอยู่ไปทีละเรื่องก่อน

    ตอนแรกจะรีวิว MP นะคะ แต่กลัวโดนทุเรียนแทนเยจิน 5555

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: